ทิ้งหมัดเข้ามุม
มันฯ มือเสือ
กระแสพลิกไปพลิกมาระหว่างร่างรัฐธรรมนูญฉบับนางงามเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ สมาชิกสปช. 247 คน จะโหวตให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่านในวันอาทิตย์ 6 กันยายนนี้
จากเดิมคาดการณ์กันไว้ ส่วนใหญ่น่าจะให้ผ่านเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญก้าวไปสู่ขั้นตอนทำประชามติ
ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินโดยตรง จะให้ร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศมีผลบังคับใช้หรือไม่
ที่สำคัญมีการประเมินกันขนาดที่ว่า ถึงการทำประชามติมีความเสี่ยงไม่ผ่านมากกว่าผ่าน
แต่ก็เชื่อว่า สุดท้ายด้วยอิทธิฤทธิ์รัฐบาลคสช. ต้องมีวิธีบริหารจัดการบางอย่างผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านไปได้สำเร็จ
อย่างหนึ่งคือการนำเรื่องเลือกตั้งมาเป็นข้อต่อรอง ทำนองว่าถ้าประชามติผ่านจะได้เลือกตั้งเร็ว
ถ้าไม่ผ่านก็ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ ไม่รู้ได้เลือกตั้งเมื่อไหร่ อาจจะอีกราวปีครึ่งถึง 2 ปี
แต่ล่าสุดกระแสเริ่มแกว่ง
ฝ่ายไม่ต้องการให้ผ่านที่ว่าน่าจะแพ้ขาดลอย เริ่มทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาอยู่ในระดับก้ำกึ่งสูสีกับฝ่ายที่ต้องการให้ผ่าน
ถ้าให้เดา สถานการณ์พลิกกลับนี้น่าจะ มีเหตุจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุด "เหาะเกินลงกา" มากมายที่หลายคนอยากรับแต่ก็รับไม่ได้
และที่ดูเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย คือการกำหนดให้มี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ หรือ คปป.
เป็นจุดเสี่ยงสูงสุด ว่าถึงร่างรัฐธรรมนูญผ่านด่านสปช.ไปได้
แต่ระหว่างนั้น ก่อนถึงการทำประชามติอีก 5-6 เดือนข้างหน้า
ไม่รู้จะมีเหตุการณ์บานปลายขึ้นมาหรือไม่
ตรงนี้บทเรียนพฤษภาทมิฬ 35 มีส่วนสำคัญอย่างมาก
ไม่ต้องถึงขนาดรัฐธรรมนูญทั้งมาตราที่เป็นการต่อท่ออำนาจ แค่คำพูดประโยคเดียวว่าเสียสัตย์เพื่อชาติก็จุดชนวนนองเลือดให้เกิดขึ้น
ต้องจับตาดูกันว่า สัญญาณไฟฉุกเฉินจากผู้มีอำนาจ เริ่มคิดใหม่ทำใหม่ต้องการให้รัฐธรรมนูญคว่ำเสียตั้งแต่ในชั้นสปช. เพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
เพราะถ้าปล่อยให้ลุกลาม คสช.เองก็อาจเอาไม่อยู่
จะเป็นอย่างนั้นหรือแค่สับขาหลอก
อีกไม่เกิน 3 วันได้รู้กัน
อ่านต่อที่ : http://www.khaosodonline.com/view_newsonline.php?newsid=1441212422

0 ความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น